วันที่ 5 สิงหาคม 2569 นายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ในฐานะประธานคณะทำงานด้านการตรวจสอบสิ่งแวดล้อมแห่งองค์การสถาบันการตรวจสอบสูงสุดระหว่างประเทศ หรือ INTOSAI WGEA เข้าร่วมรับฟังปาฐกถาของ ดร.โมฮาเหม็ด มุอิซซู ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐมัลดีฟส์ ในโอกาสเป็นประธานในพิธีปิดการประชุม Small Island Developing States Supreme Audit Institutions Symposium และพิธีเปิดการประชุม INTOSAI Development Initiative Global Summit ณ เกาะอูกูลฮัส สาธารณรัฐมัลดีฟส์ ประธานาธิบดีมัลดีฟส์เน้นย้ำว่า การสร้างรัฐที่มีความเข้มแข็งและสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต จำเป็นต้องลงทุนอย่างต่อเนื่องภายใต้หลักความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ ความโปร่งใส นวัตกรรม และความร่วมมือที่แท้จริง หลักการเหล่านี้จะช่วยให้คนรุ่นต่อไปได้รับมรดกเป็นรัฐที่มีภูมิคุ้มกันมากขึ้น ประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง เศรษฐกิจที่มีสุขภาวะ และสังคมที่มีความหวัง ประธานาธิบดีมัลดีฟส์ เน้นย้ำว่า ความสามารถในการฟื้นตัวของประเทศ หรือ Resilience มิได้เกิดจากโครงสร้างพื้นฐานหรือทรัพยากรทางการเงินเพียงอย่างเดียว แต่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของสถาบันภาครัฐที่เข้มแข็ง การบริหารการคลังอย่างรับผิดชอบ ความโปร่งใส และความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐบาล ในบริบทดังกล่าว องค์กรตรวจเงินแผ่นดิน หรือ Supreme Audit Institutions: SAIs มีความสำคัญมากกว่าที่เคย เนื่องจากทำหน้าที่สร้างความเชื่อมั่นว่า เงินทุกหน่วยที่ประชาชนมอบให้แก่รัฐ รวมถึงเงินสนับสนุนจากหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนา จะถูกนำไปใช้ให้บรรลุวัตถุประสงค์อย่างแท้จริง ประธานาธิบดีเน้นว่า ความรับผิดชอบ หรือ Accountability ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงภาระทางการบริหาร แต่เป็นสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ และเป็นพลังขับเคลื่อนความก้าวหน้า ทั้งในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ การสร้างความเชื่อมั่น และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ประธานาธิบดีมัลดีฟส์กล่าวถึงความท้าทายเฉพาะของประเทศกำลังพัฒนาที่เป็นเกาะขนาดเล็ก หรือ Small Island Developing States: SIDS ซึ่งต้องบริหารความสมดุลระหว่างการลงทุนเพื่ออนาคตกับการจัดการภาระหนี้ การตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินกับการรักษาเสถียรภาพระยะยาว ตลอดจนการคุ้มครองประชาชนกลุ่มเปราะบางกับการรักษาการเติบโตทางเศรษฐกิจ ประเทศ SIDS ยังต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านภูมิศาสตร์ ระยะทาง ขนาดเศรษฐกิจ ทรัพยากรบุคคล และขีดความสามารถของภาครัฐ ขณะเดียวกันยังมีความเปราะบางสูงต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภัยพิบัติ ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และแรงกดดันจากภายนอก สำหรับมัลดีฟส์ แม้ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและแรงกดดันด้านการคลัง รัฐบาลยังคงยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการปฏิบัติตามภาระผูกพันทางการเงิน ควบคู่กับการลงทุนเพื่ออนาคตของประเทศ ประธานาธิบดีมัลดีฟส์ได้นำเสนอวิสัยทัศน์ Maldives 2.0 ซึ่งมุ่งพัฒนามัลดีฟส์ไปสู่รัฐดิจิทัลสมัยใหม่ที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อลดข้อจำกัดเชิงโครงสร้างที่เกิดจากสภาพภูมิศาสตร์ การกระจายตัวของประชากร ระยะทาง และขีดความสามารถที่จำกัด ทั้งนี้ เทคโนโลยีมิได้เป็นเพียงวาระด้านนวัตกรรม แต่ยังเป็นวาระด้านธรรมาภิบาล การพัฒนา และการสร้างภูมิคุ้มกันของประเทศ SIDS การเปลี่ยนผ่านดิจิทัลจึงต้องช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการภาครัฐได้สะดวกขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงาน ส่งเสริมความโปร่งใส และทำให้ภาครัฐตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้ดียิ่งขึ้น แนวคิด Maldives 2.0 จึงสะท้อนว่า การพัฒนารัฐดิจิทัลมิใช่เพียงการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ แต่เป็นการปรับเปลี่ยนระบบการบริหารราชการ การให้บริการสาธารณะ และความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประชาชนอย่างเป็นระบบ สาระสำคัญจากปาฐกถาของประธานาธิบดีมัลดีฟส์สะท้อนว่า SAIs มีบทบาทสำคัญในการสร้าง Sustainable Ecosystem หรือระบบนิเวศแห่งความยั่งยืน ผ่านการเสริมสร้างความโปร่งใส ความรับผิดชอบ การบริหารทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และความเชื่อมั่นของสาธารณชน บทบาทของ SAIs จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการตรวจสอบว่าการใช้จ่ายเงินแผ่นดินเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ แต่ยังครอบคลุมถึงการประเมินว่า นโยบาย โครงการ และการลงทุนของรัฐสามารถสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืน และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้จริงเพียงใด โดยเฉพาะในประเทศ SIDS องค์กรตรวจเงินแผ่นดินสามารถมีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบการบริหารหนี้สาธารณะ การลงทุนด้านภูมิอากาศ การเตรียมพร้อมต่อภัยพิบัติ การใช้เงินช่วยเหลือจากต่างประเทศ การเปลี่ยนผ่านดิจิทัล และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อให้มั่นใจว่าทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดจะสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน ในโอกาสเดียวกัน ประธานาธิบดีมัลดีฟส์ยังได้เปิดตัวแผนยุทธศาสตร์ของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินมัลดีฟส์ ระยะปี 2026–2029 ซึ่งสะท้อนความมุ่งมั่นในการยกระดับองค์กรตรวจเงินแผ่นดินให้มีความเข้มแข็ง ทันสมัย และพร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคต สาระจากปาฐกถาสอดคล้องกับบทบาทของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินไทยในฐานะประธาน INTOSAI WGEA ซึ่งมุ่งส่งเสริมให้องค์กรตรวจเงินแผ่นดินทั่วโลกสามารถใช้การตรวจสอบสิ่งแวดล้อมเป็นเครื่องมือสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการสร้างความเข้มแข็งให้แก่สถาบันภาครัฐ การประชุม SIDS SAIs Symposium และ IDI Global Summit จึงเป็นเวทีสำคัญที่เชื่อมโยงงานตรวจสอบกับโจทย์การพัฒนาในอนาคต และตอกย้ำว่าองค์กรตรวจเงินแผ่นดินมิได้เป็นเพียงผู้ตรวจสอบการใช้จ่ายภาครัฐ แต่เป็นหนึ่งในสถาบันหลักที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่น เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และขับเคลื่อนประเทศไปสู่การพัฒนาที่โปร่งใส ครอบคลุม และยั่งยืน เนื้อหาโดย ดร.สุทธิ สุนทรานุรักษ์ Secretary General of INTOSAI WGEA 5 สิงหาคม 2569
01
02
03