2569-06-24 การเปิดตรวจโครงการของภาครัฐที่มีการลงทุนขนาดใหญ่ตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไปร่วมกัน ระหว่าง สตง. สำนักงาน ป.ป.ท. และสำนักงาน ป.ป.ช. ณ กระทรวงมหาดไทยและสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
วันพุธที่ 24 มิถุนายน 2569 เวลา 13.00 น. สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินร่วมกับ สำนักงาน ป.ป.ท. และ สำนักงาน ป.ป.ช. เปิดตรวจโครงการก่อสร้างศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทยแห่งใหม่ ของสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยการเปิดตรวจครั้งนี้เป็นการดำเนินการร่วมกันระหว่างสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน นำโดยนายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน พร้อมด้วย นายสุทธิพงษ์ บุญนิธิ รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ นำโดยพันตำรวจโท สิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. และผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ณ กระทรวงมหาดไทย
จากนั้นเวลา 15.30 น. สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงาน ป.ป.ท. และสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดตรวจโครงการส่งเสริมการศึกษาเท่าเทียมด้วยระบบดิจิทัลพัฒนาทักษะและเครดิตพอร์ตโฟลิโอ ระยะที่ 1 ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ณ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน การเปิดตรวจดังกล่าวฯ เป็นการบูรณาการตรวจสอบ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้คำปรึกษากับหน่วยรับตรวจอย่างทันท่วงที ลดความเสี่ยงในการก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ และเป็นการทำงานควบคู่กับการให้ความรู้แก่หน่วยรับตรวจเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายในการดำเนินโครงการของภาครัฐ ที่มีการลงทุนขนาดใหญ่วงเงินงบประมาณตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป รวมทั้งจะช่วยสนับสนุนส่งเสริมให้การดำเนินโครงการฯ เป็นไปอย่างโปร่งใส มีการใช้งบประมาณของรัฐอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป
จากนั้นเวลา 15.30 น. สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงาน ป.ป.ท. และสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดตรวจโครงการส่งเสริมการศึกษาเท่าเทียมด้วยระบบดิจิทัลพัฒนาทักษะและเครดิตพอร์ตโฟลิโอ ระยะที่ 1 ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ณ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน การเปิดตรวจดังกล่าวฯ เป็นการบูรณาการตรวจสอบ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้คำปรึกษากับหน่วยรับตรวจอย่างทันท่วงที ลดความเสี่ยงในการก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ และเป็นการทำงานควบคู่กับการให้ความรู้แก่หน่วยรับตรวจเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายในการดำเนินโครงการของภาครัฐ ที่มีการลงทุนขนาดใหญ่วงเงินงบประมาณตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป รวมทั้งจะช่วยสนับสนุนส่งเสริมให้การดำเนินโครงการฯ เป็นไปอย่างโปร่งใส มีการใช้งบประมาณของรัฐอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป






