2568-10-28 สตง. ไทย เชื่อมความร่วมมือนานาชาติ ยกระดับการตรวจสอบความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศและการคลัง
สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ภายใต้การนำของ นายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายการตรวจเงินแผ่นดิน ผ่านการสร้างความร่วมมือทางวิชาการและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระดับนานาชาติ โดยจัดการประชุมเสวนากิจกรรมคู่ขนานของการประชุมประจำปี IMF และ World Bank Group ปี พ.ศ. 2569 หัวข้อ “จากความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศสู่ความเสี่ยงทางการคลัง: การสร้างอนาคตที่พร้อมรับมือผ่านความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้” (From Climate Risk to Fiscal Risk: Building Resilient Futures through Accountability) เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรมปทุมวัน ปริ้นเซส กรุงเทพมหานคร นายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และประธานคณะทำงานว่าด้วยการตรวจสอบสิ่งแวดล้อมขององค์การสถาบันการตรวจสอบสูงสุดระหว่างประเทศ (INTOSAI WGEA) เป็นประธานเปิดการประชุม โดยกล่าวถึงความเชื่อมโยงระหว่างความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศกับเศรษฐกิจและฐานะทางการคลังของรัฐ ทั้งรายจ่ายเพื่อเยียวยาประชาชน ฟื้นฟูเศรษฐกิจ และซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนรายได้ที่อาจสูญเสียจากผลกระทบต่อภาคเกษตรกรรมและการท่องเที่ยว ซึ่งอาจจำกัดทรัพยากรสำหรับการพัฒนาประเทศในระยะยาว ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินเน้นว่า องค์กรตรวจเงินแผ่นดินต้องร่วมกันเรียนรู้และพัฒนาแนวทางการตรวจสอบ เพื่อประเมินว่านโยบายและการใช้ทรัพยากรของรัฐช่วยลดความเสี่ยง สร้างความพร้อมรับมือ และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริงหรือไม่ พร้อมนำเสนอหลักคิดในการทำหน้าที่ประธาน INTOSAI WGEA ได้แก่ 4Cs ประกอบด้วย Continue การสานต่อองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่มีคุณค่า Create การสร้างสรรค์แนวทางและเครื่องมือใหม่ Commit ความมุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพและส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง และ Connect การเชื่อมความร่วมมือระหว่างองค์กรตรวจเงินแผ่นดินและภาคีที่เกี่ยวข้อง ผ่านแนวคิด Green Bridge Network ในการประชุมครั้งนี้ ดร. สุทธิ สุนทรานุรักษ์ รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ได้ร่วมบรรยายเกี่ยวกับบทบาทขององค์กรตรวจเงินแผ่นดินในการรับมือ กับความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศและการคลัง โดยเน้นความสำคัญของการตรวจสอบที่ช่วยส่งเสริมความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และประสิทธิผลของการใช้จ่ายภาครัฐ เพื่อให้การดำเนินนโยบายและการลงทุนด้านภูมิอากาศเกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม การเสวนาได้รับความร่วมมือจากผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) สำนักงานสหประชาชาติเพื่อการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ (UNDRR) ธนาคารโลก และสถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ และบุคลากร สตง. เข้าร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ สาระสำคัญของการเสวนาครอบคลุมความเสี่ยงจากภัยพิบัติและการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำที่กระทบต่อการพัฒนา ความสามารถในการแข่งขัน โครงสร้างพื้นฐาน และความยั่งยืนทางการคลังของไทย โดยให้ความสำคัญกับการลงทุนเชิงป้องกัน การเชื่อมแผนด้านภูมิอากาศเข้ากับแผนการคลังระยะปานกลางและงบประมาณรายปี ตลอดจนการระดมเงินทุนภาครัฐและเอกชนอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ยังมีประเด็นด้านการบริหารการเงินการคลังภาครัฐที่ตอบสนองต่อภูมิอากาศ โดยเชื่อมโยงกับกรอบ PEFA Climate ซึ่งช่วยพิจารณาความพร้อมของระบบตลอดวงจรงบประมาณ ตั้งแต่การวางแผน การจัดสรรและติดตามรายจ่าย การบริหารการลงทุนและสินทรัพย์ ไปจนถึงการรายงาน การประเมินผล และการตรวจสอบ เพื่อให้ทรัพยากรสนับสนุนเป้าหมายด้านภูมิอากาศได้อย่างมีประสิทธิผล ด้านความโปร่งใสและความรับผิดชอบ มีการให้ความสำคัญกับการเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยงด้านภูมิอากาศและผลกระทบทางการเงิน โดยเชื่อมโยงกับแนวทางของ IPSASB SRS 1 ทั้งด้านธรรมาภิบาล กลยุทธ์ การบริหารความเสี่ยง และตัวชี้วัดกับเป้าหมาย เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจและทำให้ข้อมูลสามารถติดตามตรวจสอบได้ การแลกเปลี่ยนยังครอบคลุมแนวปฏิบัติการตรวจสอบด้านภูมิอากาศ โดยเน้นการประเมินผลลัพธ์ควบคู่กับการปฏิบัติตามข้อกำหนด เพื่อพิจารณาว่าการใช้จ่ายช่วยลดความเสี่ยงและความเปราะบางของประชาชนได้จริงหรือไม่ พร้อมส่งเสริมการใช้ข้อมูลและหลักฐานจากงานวิจัย การกำหนดตัวชี้วัดที่เหมาะสม และความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านการคลัง สิ่งแวดล้อม ภาควิชาการ และองค์กรตรวจเงินแผ่นดิน องค์ความรู้จากเวทีดังกล่าวสามารถนำไปต่อยอดในการวิเคราะห์ความเสี่ยงและกำหนดประเด็นตรวจสอบของ สตง. ทั้งความสอดคล้องของนโยบายกับงบประมาณ ความพร้อมรับมือภัยพิบัติ ความคุ้มค่าของการลงทุน การประสานงานข้ามหน่วยงาน และความน่าเชื่อถือของข้อมูลผลการดำเนินงาน โดยประยุกต์กรอบสากลให้เหมาะสมกับบริบทและข้อกำหนดของประเทศไทย การจัดเวทีครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ สตง. ไทยในการเชื่อมความร่วมมือด้านวิชาการและการตรวจสอบภาครัฐกับภาคีระหว่างประเทศ พร้อมสนับสนุนการพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรในการตรวจสอบประเด็นอุบัติใหม่ (Emerging Issues) เพื่อรักษาวินัยการเงินการคลังและผลประโยชน์ของประชาชนอย่างยั่งยืน ข้อมูลโดย สำนักการต่างประเทศ