2569-09-04 ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินหารือทวิภาคีกับ Auditor General of China แลกเปลี่ยนประสบการณ์ Big Data Audit มุ่งยกระดับการตรวจสอบไทยสู่ Data-Driven Auditing
วันที่ 3 กันยายน 2569 ณ เมืองยวี่หลิน (Yulin) มณฑลส่านซี สาธารณรัฐประชาชนจีน นายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน พร้อมคณะผู้แทนสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินไทย เข้าพบและหารือทวิภาคีกับ Mr. Hou Kai, Auditor General of the National Audit Office of the People’s Republic of China (CNAO) เพื่อแลกเปลี่ยนพัฒนาการด้านการตรวจเงินแผ่นดิน และหารือแนวทางยกระดับความร่วมมือระหว่างองค์กรตรวจเงินแผ่นดินของไทยและจีนในอนาคต ประเด็นสำคัญของการหารือครั้งนี้ คือ การประยุกต์ใช้ Big Data ในงานตรวจสอบภาครัฐ ซึ่ง CNAO มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งมีบทบาทนำในฐานะประธาน INTOSAI Working Group on Big Data (WGBD) ทำให้ประสบการณ์ของจีนมีความน่าสนใจอย่างยิ่งต่อการพัฒนาระบบตรวจสอบในยุคดิจิทัล ในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น Mr. Hou Kai ได้ให้มุมมองว่า ความสำเร็จของ Big Data Audit ไม่ได้เกิดจากการมีเทคโนโลยีหรือซอฟต์แวร์ที่ทันสมัยเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้าง “ระบบนิเวศข้อมูล” ที่เอื้อให้ผู้ตรวจสอบสามารถเข้าถึง เชื่อมโยง วิเคราะห์ และใช้ข้อมูลเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ Mr. Hou ได้กล่าวถึง ปัจจัยสำคัญ 3 ประการ ที่ทำให้ CNAO สามารถพัฒนางาน Big Data Audit ได้อย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่ Digital Infrastructure, Digital Literacy และ Data Connectivity ประการแรก คือ การลงทุนและพัฒนา Digital Infrastructure องค์กรตรวจสอบจำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีที่สามารถรองรับข้อมูลจำนวนมหาศาล ทั้งระบบจัดเก็บ ประมวลผล วิเคราะห์ และรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล เพราะ Big Data Audit ไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากโครงสร้างพื้นฐานยังไม่พร้อมรองรับการทำงานในระดับองค์กร ประการที่สอง คือ การพัฒนา Digital Literacy ของผู้ตรวจสอบ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ CNAO ให้ความสำคัญไม่น้อยไปกว่าเรื่องเทคโนโลยี ผู้ตรวจสอบจำเป็นต้องเข้าใจข้อมูล รู้ว่าจะตั้งคำถามกับข้อมูลอย่างไร สามารถใช้เครื่องมือวิเคราะห์ได้ และที่สำคัญต้องสามารถตีความผลจากการวิเคราะห์ให้เชื่อมโยงกับความเสี่ยง นโยบาย และข้อเท็จจริงของการบริหารภาครัฐ ประการที่สาม คือ การเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานต่าง ๆ หรือ Data Connectivity เนื่องจากข้อมูลของภาครัฐกระจายอยู่ในหลายหน่วยงาน การตรวจสอบที่ใช้ Big Data อย่างแท้จริงจึงต้องสามารถเชื่อมข้อมูลจากหลายแหล่งเข้าด้วยกัน เพื่อให้ Auditor เห็นภาพของกิจกรรมภาครัฐในลักษณะ cross-agency และ cross-dataset มากกว่าการวิเคราะห์ข้อมูลของหน่วยรับตรวจแต่ละแห่งอย่างแยกส่วน แนวคิดดังกล่าวสะท้อนว่า Big Data Audit ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนจาก “กระดาษ” มาเป็น “ข้อมูลดิจิทัล” แต่เป็นการเปลี่ยน Audit Methodology จากการเลือกตรวจข้อมูลบางส่วน ไปสู่การวิเคราะห์ข้อมูลในขอบเขตที่กว้างขึ้น เพื่อค้นหารูปแบบ ความสัมพันธ์ ความผิดปกติ และสัญญาณความเสี่ยงที่วิธีการตรวจสอบแบบดั้งเดิมอาจมองไม่เห็น บทเรียนจาก CNAO จึงมีความสำคัญต่อทิศทางดังกล่าว เพราะทำให้เห็นอย่างชัดเจนว่า การก้าวไปสู่ Data Driven Auditing จำเป็นต้องเริ่มจากรากฐานที่แข็งแรงก่อน กล่าวคือ ต้องมีข้อมูลที่พร้อมใช้งาน มีโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสม และมีผู้ตรวจสอบที่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องข้อมูล การหารือยังเปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายพิจารณาความร่วมมือด้านการพัฒนาบุคลากร การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้าน Big Data Audit รวมถึงการเรียนรู้แนวทางของ CNAO ในการใช้ข้อมูลสนับสนุนการตรวจสอบนโยบายและโครงการภาครัฐ ซึ่งสามารถต่อยอดไปสู่ความร่วมมือด้าน e-Audit, Data Analytics, Artificial Intelligence และการพัฒนาผู้ตรวจสอบแห่งอนาคต สำหรับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินไทย ประสบการณ์ของ CNAO ยังให้บทเรียนสำคัญว่า Digital Transformation ขององค์กรตรวจเงินแผ่นดินไม่ใช่โครงการด้าน IT แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงวิธีคิด วิธีทำงาน และสมรรถนะของคนทั้งองค์กร เทคโนโลยีจึงต้องเดินไปพร้อมกับการพัฒนาคน กระบวนการ และระบบธรรมาภิบาลข้อมูล การพบหารือระหว่างผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินไทยและ Auditor General of China ครั้งนี้จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่าง สตง. และ CNAO โดยเฉพาะการเรียนรู้จากประสบการณ์ของจีนซึ่งมีบทบาทนำด้าน Big Data Audit ในประชาคม INTOSAI และการต่อยอดองค์ความรู้ดังกล่าวให้สอดคล้องกับบริบทและทิศทางการพัฒนางานตรวจเงินแผ่นดินของประเทศไทย เนื้อหาโดย ดร.สุทธิ สุนทรานุรักษ์ Secretary General of INTOSAI WGEA 3 กันยายน 2569



